THE BARAI HUA HIN เมื่อสถาปัตยกรรม ความสงบ และธรรมชาติ กลายเป็นประสบการณ์เดียวกัน
หากโรงแรมทั่วไปเริ่มต้นจากการออกแบบ “ห้องพัก” THE BARAI HUA HIN – The Unbound Collection by Hyatt อาจเริ่มต้นจากคำถามที่แตกต่างออกไปว่า พื้นที่หนึ่งแห่งจะช่วยให้ผู้คนค่อย ๆ ลดจังหวะชีวิต และกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองได้อย่างไร
THE BARAI HUA HIN จึงไม่ได้เป็นเพียงรีสอร์ตริมชายหาดหัวหิน แต่เป็นพื้นที่ที่นำสถาปัตยกรรม แสง เงา น้ำ ธรรมชาติ อาหาร และแนวคิดเรื่อง Wellness มาประกอบกันเป็นประสบการณ์เดียว
หนึ่งในรายละเอียดของโครงการคือการเลือกใช้ ฝ้าและผนังไม้เทียม K.S. WOOD ในบางพื้นที่ เพื่อสร้างจังหวะของเส้นสายและผิวสัมผัสให้สอดคล้องกับบรรยากาศโดยรวม โดยไม่ทำให้วัสดุโดดเด่นเกินกว่าสถาปัตยกรรมและธรรมชาติรอบตัว
สรุปสาระสำคัญ
THE BARAI HUA HIN เป็นรีสอร์ตและ Wellness Retreat ริมชายหาดหัวหิน ภายใต้ The Unbound Collection by Hyatt โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้แสง เงา น้ำ และพื้นที่สงบเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ขณะที่งานฝ้าและผนังไม้เทียม Groove Siding จาก K.S. WOOD เป็นหนึ่งในวัสดุที่ช่วยสร้างความต่อเนื่องให้กับพื้นที่บางส่วนของโครงการ
THE BARAI HUA HIN จาก Destination Spa สู่รีสอร์ตริมชายหาดเต็มรูปแบบ
THE BARAI เป็นชื่อที่ได้รับการกล่าวถึงในวงการ Wellness และการออกแบบโรงแรมมาอย่างยาวนาน จากจุดเริ่มต้นในฐานะ Destination Spa ที่นำภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพแบบไทย มาผสมผสานกับแนวคิด Wellness ร่วมสมัย
ต่อมา THE BARAI ได้รับการพัฒนาเป็น THE BARAI HUA HIN – The Unbound Collection by Hyatt โดยยังคงรักษาหัวใจสำคัญของสถานที่เอาไว้ นั่นคือการสร้างพื้นที่สำหรับการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และช่วยให้ผู้เข้าพักค่อย ๆ แยกตัวออกจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวัน
ข้อมูลจาก Hyatt ระบุว่ารีสอร์ตประกอบด้วยห้องพัก 98 ห้อง รวมถึงห้องสวีต 27 ห้อง โดยเชื่อมต่อประสบการณ์การเข้าพักเข้ากับ THE BARAI Spa พื้นที่ออกกำลังกาย โปรแกรม Wellness ร้านอาหาร และพื้นที่ริมชายหาด
อ่านข้อมูลโรงแรมจากเว็บไซต์ทางการได้ที่ THE BARAI HUA HIN – The Unbound Collection by Hyatt
สถาปัตยกรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงฉาก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อน
สิ่งที่ทำให้ THE BARAI แตกต่างจากโรงแรมริมทะเลทั่วไป คือการใช้สถาปัตยกรรมเป็นเครื่องมือกำหนดความรู้สึกของผู้มาเยือน
พื้นที่ดั้งเดิมของ THE BARAI ออกแบบโดย เล็ก เมธา บุนนาค สถาปนิกชาวไทยซึ่งมีผลงานด้านโรงแรมและรีสอร์ตจำนวนมาก องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมถูกวางให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เดินผ่านลานภายใน ช่องเปิด ทางเดินที่มีร่มเงา ผิวน้ำ และรูปทรงเชิงประติมากรรม
แทนที่จะเดินเข้าสู่พื้นที่หลักด้วยเส้นทางตรงและรวดเร็ว ผู้เข้าพักจะค่อย ๆ รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแสง เสียง อุณหภูมิ และบรรยากาศ ทำให้การเดินจากพื้นที่หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่หนึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมร่างกายและจิตใจให้สงบลง
ความน่าสนใจของ THE BARAI ไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง แต่เกิดจากการทำให้สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ แสง และวัสดุทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
เมื่อแสงและเงากลายเป็นวัสดุของงานออกแบบ
ความงามของ THE BARAI ไม่ได้พึ่งพาการตกแต่งจำนวนมาก แต่เกิดจากการควบคุมองค์ประกอบพื้นฐานอย่างละเอียด โดยเฉพาะแสงธรรมชาติ เงา สีของพื้นผิว และผิวน้ำ
แสงถูกปล่อยให้ลอดผ่านช่องเปิดและตกกระทบบนผนัง ทางเดิน และพื้นผิวในมุมที่แตกต่างกัน เมื่อช่วงเวลาของวันเปลี่ยน รูปร่างของเงาและอารมณ์ของพื้นที่ก็เปลี่ยนตามไปด้วย
เว็บไซต์ทางการของ THE BARAI อธิบายเส้นทางภายในสปาว่ามีลักษณะคล้ายเขาวงกต ทำหน้าที่ค่อย ๆ แยกผู้มาเยือนออกจากโลกภายนอก ขณะที่ลำแสงและสีบนพื้นผิวช่วยสร้างความรู้สึกของการเปลี่ยนผ่าน
รายละเอียดดังกล่าวทำให้สถาปัตยกรรมไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างมุมถ่ายภาพ แต่ช่วยชะลอจังหวะการเดินและทำให้ผู้ใช้อาคารตระหนักถึงพื้นที่รอบตัวมากขึ้น
Wellness ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะห้องทรีตเมนต์
แนวคิด Wellness ของ THE BARAI ครอบคลุมทั้งการพักผ่อน การเคลื่อนไหว การรับประทานอาหาร การนอนหลับ และสุขภาวะทางอารมณ์ โดยมีแนวคิดเรื่องธาตุทั้งสี่เป็นหนึ่งในแกนสำคัญ ได้แก่
- Earth: ความมั่นคงและการกลับมาอยู่กับตัวเอง
- Water: ความผ่อนคลายและการปล่อยวาง
- Air: ความสดชื่น การหายใจ และพลังชีวิต
- Fire: พลัง การเปลี่ยนแปลง และการฟื้นคืนความกระตือรือร้น
THE BARAI Spa มีพื้นที่ทรีตเมนต์ Hydrotherapy ห้องอบไอน้ำ และ Tranquility Court ซึ่งออกแบบมาเพื่อกิจกรรมที่เชื่อมโยงทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น การว่ายน้ำ โยคะ และไทเก๊ก
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการออกกำลังกายและโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน ช่วยให้ Wellness ไม่ได้เป็นเพียงบริการหนึ่งในโรงแรม แต่เป็นแนวคิดที่ถูกกระจายอยู่ในหลายส่วนของประสบการณ์การเข้าพัก
ดูข้อมูลเกี่ยวกับสปาเพิ่มเติมได้ที่ THE BARAI Spa
พื้นที่พักอาศัยที่เปิดรับธรรมชาติ
ห้องพักของ THE BARAI HUA HIN ได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อกับภูมิทัศน์ภายนอก ผ่านระเบียง พื้นที่นั่งเล่น ช่องเปิด และมุมมองออกสู่สวน สระน้ำ หรืออ่าวไทย
แทนที่จะทำให้ห้องพักแยกขาดจากสภาพแวดล้อม ธรรมชาติถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในแต่ละวัน ตั้งแต่แสงยามเช้า เสียงของต้นไม้ เงาที่เปลี่ยนแปลงบนระเบียง ไปจนถึงบรรยากาศของพื้นที่สีเขียวรอบอาคาร
รีสอร์ตมีทั้ง Forest Pool ซึ่งให้ความรู้สึกคล้ายลากูนภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ และ Beach Pool ที่เปิดมุมมองไปยังอ่าวไทย ทำให้แต่ละพื้นที่สร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างกัน
อาหารที่เชื่อมโยงรีสอร์ตเข้ากับหัวหิน
ประสบการณ์ภายใน THE BARAI ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสถาปัตยกรรมและสปา แต่ยังรวมถึงร้านอาหารที่นำบริบทของหัวหินและประวัติศาสตร์ของพื้นที่มาเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด
White Cottage
White Cottage ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศบ้านพักตากอากาศริมทะเล นำเสนออาหารที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบตามฤดูกาล อาหารทะเล อาหารจากพืช และรสชาติที่เชื่อมโยงกับอาหารไทย
McFarland House
McFarland House ตั้งอยู่ภายในอาคารไม้ริมทะเลที่ได้รับการบูรณะ ตัวอาคารเปิดรับวิวอ่าวไทยและสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากพื้นที่สถาปัตยกรรมร่วมสมัยส่วนอื่นของโครงการ
การรักษาอาคารเดิมไว้ช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโรงแรมร่วมสมัย ประวัติศาสตร์การเป็นเมืองพักตากอากาศ และเอกลักษณ์ของหัวหิน
สิ่งที่บทความและรีวิวด้านการออกแบบมองเห็นใน THE BARAI
บทความด้านการออกแบบและการเดินทางหลายแห่งกล่าวถึง THE BARAI ในฐานะสถานที่ที่มีตัวตนชัดเจน ไม่ได้อาศัยเพียงความหรูหราของห้องพัก แต่ให้ความสำคัญกับลานภายใน ทางเดิน พื้นที่ส่วนกลาง ผิวน้ำ และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม
Monocle ให้ความสนใจกับการใช้สีเอิร์ธโทน รูปทรงอาคาร และพื้นที่ส่วนกลางที่ช่วยสร้างความทรงจำให้กับผู้มาเยือน สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบโรงแรมไม่ได้หมายถึงการออกแบบห้องพักเท่านั้น แต่รวมถึงการสร้างพื้นที่ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าของสถานที่ได้
ขณะเดียวกัน THE BARAI Spa ยังเคยได้รับการยอมรับจากเวที World Spa Awards
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของชื่อเสียงด้าน Wellness ที่สถานที่แห่งนี้สั่งสมมา
บทบาทของวัสดุในพื้นที่ที่ต้องการความสงบ
ในงานสถาปัตยกรรมที่เน้นความสงบ วัสดุไม่จำเป็นต้องแย่งความสนใจจากองค์ประกอบอื่น แต่ควรทำหน้าที่สนับสนุนแสง เงา สี ธรรมชาติ และการใช้งานให้เกิดความต่อเนื่อง
หนึ่งในวัสดุที่ใช้ในบางพื้นที่ของโครงการคือ ฝ้าและผนังไม้เทียมชนิดลอน Groove Siding จาก K.S. WOOD โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ NewTechWood รุ่น CL39-2 แบบลอนคู่ สี TEAK
แนวลอนบนพื้นผิวช่วยสร้างจังหวะของเส้นและเงาเมื่อแสงตกกระทบ ขณะที่สี TEAK ให้บรรยากาศอบอุ่น และสามารถทำงานร่วมกับกระจก หิน วัสดุสีเข้ม และพื้นที่สีเขียวภายในโครงการได้
| รายละเอียด | ข้อมูลผลิตภัณฑ์ |
|---|---|
| ประเภท | ฝ้าและผนังไม้เทียม Groove Siding |
| ผู้จัดจำหน่ายและติดตั้ง | K.S. WOOD |
| แบรนด์ | NewTechWood |
| รหัสสินค้า | CL39-2 แบบลอนคู่ |
| สี | TEAK |
| ขนาด | 13 × 196.5 × 2,800 มม. |
| เทคโนโลยีผิวหน้า | UltraShield® Co-Extrusion |
ผิวแบบ Co-Extrusion เป็นการหุ้มผิวแกนไม้คอมโพสิตด้วยชั้นปกป้องภายนอก เพื่อช่วยลดผลกระทบจากแสงแดด ความชื้น คราบ และรอยขีดข่วนจากการใช้งานทั่วไป
คุณสมบัติดังกล่าวมีความสำคัญสำหรับงานโรงแรมและรีสอร์ตริมทะเล ซึ่งวัสดุอาจต้องสัมผัสกับความชื้น แสงแดด และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่เป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของวัสดุยังขึ้นอยู่กับการเลือกรุ่นให้เหมาะกับตำแหน่งใช้งาน การออกแบบโครงสร้างรองรับ ระยะติดตั้ง การระบายอากาศ และการติดตั้งตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ ฝ้าและผนังไม้เทียม K.S. WOOD สำหรับงานภายในและภายนอก
ทำไมรายละเอียดเล็ก ๆ จึงมีความสำคัญต่อภาพรวมของโครงการ
เมื่อมองพื้นที่โดยรวม ผู้มาเยือนอาจไม่ได้สังเกตทันทีว่า ผนังหนึ่งส่วนใช้วัสดุชนิดใด หรือฝ้าเพดานมีรูปแบบหน้าตัดอย่างไร
แต่รายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อการรับรู้ของผู้ใช้อาคาร ทั้งในด้านอุณหภูมิของสี ความถี่ของเส้น เงาบนพื้นผิว ความต่อเนื่องของแนวติดตั้ง และความสัมพันธ์กับวัสดุรอบข้าง
งานฝ้าและผนังไม้เทียมของ K.S. WOOD ใน THE BARAI HUA HIN จึงไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะสินค้าแยกชิ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบที่ช่วยรักษาบรรยากาศและภาษาการออกแบบของโครงการ
THE BARAI HUA HIN พื้นที่ที่ไม่ได้ชวนให้มองเพียงอย่างเดียว
ความน่าสนใจของ THE BARAI HUA HIN – The Unbound Collection by Hyatt อยู่ที่การทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ พูดภาษาเดียวกัน
- สถาปัตยกรรมช่วยลดจังหวะการเคลื่อนไหว
- แสงและเงาช่วยสร้างการรับรู้เรื่องเวลา
- น้ำช่วยสร้างความเย็นและความสงบ
- ธรรมชาติช่วยเชื่อมผู้เข้าพักกับสภาพแวดล้อม
- อาหารช่วยเชื่อมโยงรีสอร์ตเข้ากับตัวตนของหัวหิน
- วัสดุช่วยรองรับองค์ประกอบทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ
ผลงานฝ้าและผนังไม้เทียมของ
K.S. WOOD ที่ THE BARAI HUA HIN
จึงเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่สะท้อนว่า
งานออกแบบที่ดีไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดเพียงหนึ่งชิ้น
แต่เกิดจากการเลือกทุกส่วนให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม
อ่านบทความเพิ่มเติม THE BARAI HUA HIN ผลงานจากไม้เทียม K.S. WOOD -The Unbound Collection by Hyatt
VDO K.S. WOOD ผลงานโครงการ The BARAI HUA HIN - The Unbound Collection byHyatt
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ THE BARAI HUA HIN
THE BARAI HUA HIN อยู่ที่ไหน
THE BARAI HUA HIN ตั้งอยู่บริเวณชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นส่วนหนึ่งของ The Unbound Collection by Hyatt
THE BARAI HUA HIN แตกต่างจากรีสอร์ตทั่วไปอย่างไร
จุดเด่นคือการนำสถาปัตยกรรม Wellness ธรรมชาติ อาหาร และประสบการณ์การพักผ่อนมารวมเป็นแนวคิดเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับการชะลอจังหวะชีวิตและการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ
ใครเป็นผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของ THE BARAI
พื้นที่ดั้งเดิมของ THE BARAI ออกแบบโดย เล็ก เมธา บุนนาค สถาปนิกชาวไทยที่มีผลงานด้านสถาปัตยกรรมโรงแรมและรีสอร์ต
THE BARAI HUA HIN ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรจาก K.S. WOOD
โครงการใช้ฝ้าและผนังไม้เทียม Groove Siding แบรนด์ NewTechWood รุ่น CL39-2 แบบลอนคู่ สี TEAK พร้อมผิว UltraShield® Co-Extrusion ในพื้นที่บางส่วน
Groove Siding มีผลต่อภาพลักษณ์ของพื้นที่อย่างไร
ผิวแบบลอนช่วยสร้างแนวเส้นและมิติของแสงเงา ทำให้พื้นผิวผนังหรือฝ้ามีรายละเอียดมากกว่าแบบเรียบ ขณะที่โทนสีไม้ช่วยสร้างความอบอุ่นและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Hyatt: THE BARAI HUA HIN
- Hyatt: THE BARAI Spa
- Hyatt Newsroom: The Unbound Collection by Hyatt in Thailand
- Monocle: บทความเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมและการออกแบบ THE BARAI
- World Spa Awards
-
K.S. WOOD: ฝ้าและผนังไม้เทียม
#THEBARAIHUAHIN #TheUnboundCollectionbyHyatt #KSWOOD #ไม้เทียมKSWOOD #NewTechWood #WellnessResort #ArchitectureDesign #รีสอร์ตหัวหิน #โรงแรมหัวหิน


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น